วิธีจัดการความเครียด ก่อนเสี่ยงฆ่าตัวตาย

วิธีจัดการความเครียด

ปัจจุบันเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ทั้งโควิด ทั้งเศรษฐกิจ ดูเหมือนจะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพจิตที่เคยดี ตอนนี้อาจไม่ดีเหมือนเดิม ความเครียดของใครหลายคนอาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งความเครียดที่มากเกินไป เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายต่างๆ รวมทั้ง เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายด้วย Health30Plus ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเครียด และ วิธีจัดการความเครียด ที่แพทย์แนะนำให้อ่านกัน

ความเครียด คือ อะไร?

ภาวะอารมณ์ทีเกิดขึ้นกับตัวบุคคลในการเจอกับปัญหาต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกกดดัน ไม่สบายใจ เป็นทุกข์ วิตกกังวล เหมือนไม่มีทางออก ทำให้จิตใจทำงานได้ไม่ปกติ ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ โดยไม่ดูแลรักษา ก็อาจส่งผลต่อ ร่างกาย ร้ายแรงที่สุด คือ ถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

ประเภทของความเครียด

สำหรับความเครียดนั้นจะมีประเภทที่ทำให้ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตอยู่ 3 อย่าง

กระทบต่ออารมณ์จิตใจ

จิตใจโดนเป็นอันดันแรกจากความเครียด ที่ทำให้ไม่สบายกาย ไม่สบายใจมีความทุกข์ จิตใจขุ่นมัว ทำให้จากที่เคยเป็นคนใจเย็น อาจจะทำให้โกรธ โมโห ได้ง่ายขึ้น เพราะ สูญเสียความเชื่อมั่น ความมั่นใจในตัวเอง จากสิ่งที่มากระทบจนทำให้เกิดความเครียด ซึ่งหากต้องทนอยู่กับความเครียดนั้นนานๆ ฮอร์โมนก็จะทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะ ฮอร์โมนคอร์ติซอล ผลิตมามากเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายทั้งระบบ รวมทั้งระบบประสาทและสมอง ทำให้สติปัญญาและความจำลดลง ยิ่งปล่อยไว้นานก็จะส่งผลทำให้เกิดการภาวะอาการซึมเศร้าได้ในที่สุด ที่เป็นสาเหตุนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้นั้นเอง

กระทบต่อร่างกาย

ความเครียดจะทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ จนทำให้เกิดหน้ามืด เจ็บหน้าอก ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งส่วนหนึ่งเมื่อเครียด ร่างกายจะกระตุ้นให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลหลั่งออกมามาก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหลัง อ่อนเพลีย จนทำให้เป็นโรคร้ายแรงนอกจากที่กล่าวมาด้านบนแล้ว ก็อาจส่งผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน หอบหืด ภูมิแพ้ และ มะเร็งได้อีกด้วย  รวมทั้งร่างกายภายนอกที่เห็นได้ชัดอย่าง ผมร่วง ผมบาง หน้าทรุดโทรม ผิวหนังแห้งเหี่ยว ใบหน้าหมองคล้ำ นี่เป็นผลกระทบจากความเครียดที่ได้เจอเป็นเวลานานๆ

กระทบต่อพฤติกรรม

เมื่ออารมณ์และร่างกายทำงานผิดเพี้ยนจากความเครียด ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตโดยตรง ซึ่งบางทีอาจแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เช่น หงุดหงิด โมโหง่ายขึ้น เบื่ออาหาร หลับยากขึ้น ไม่สบายบ่อยขึ้น เข้ากับสังคมยากขึ้น จนอาจพาตัวเองไปสู่หนทางที่เลวร้ายกว่าเดิมเช่น หันไปสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหนัก เสพยาเสพติด เล่นการพนัน ยิ่งทำความอดทนต่ำลงไปเรื่อยๆ จนไปกระทบกับคนรอบตัว มีพฤติกรรมก้าวร้าว ปาข้าวของ ทำร้ายคนรอบตัว และหากไม่รีบดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็นำไปสู่การตัดสินใจจากโลกนี้ไปได้นั้นเอง

หากคุณอยากรู้ว่า มีความเครียดอยู่ไหม สามารถตรวจสอบ ได้ที่ลิงค์ นี้ > https://www.dmh.go.th/test/qtest5/

วิธีจัดการความเครียด ที่คุณหมอแนะนำ

หาสาเหตุของความเครียด

ก่อนที่จะจัดการความเครียด ต้องเริ่มจากการรู้ตัวก่อนว่า ตัวเองกำลังมีความเครียดอยู่ จากนั้นลองหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดนั้น ลองคิดดูว่า สาเหตุของความเครียดนั้นแก้ได้หรือไม่ได้ หากแก้ได้ลองดูว่าจะแก้อย่างไร หรือ ต้องให้ใครช่วยได้บ้าง บางทีแค่การได้ระบายกับใครสักคนก็ช่วยความเครียดดีขึ้นเหมือนกัน

ผ่อนคลายร่างกาย

การออกกำลังกาย การนวด การได้พัก การได้รับประทานอาหารที่ชอบ การอาบน้ำอุ่น เป็นช่วยฮอร์โมนความสุขในร่างกายได้หลั่งออกมา อย่าง ออกซิโทซิน เอนโดฟีน โดปามีน เซเรโทนิน  ที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น เมื่อร่างกายรู้สึกดีขึ้น ก็จะทำให้ความเครียดลดลง หรือ ง่ายกว่านั้น คือ การยิ้ม (ทั้งที่รู้สึกเครียดนั้นแหระ) มีงานวิจัยบอกว่า การยิ้มจะช่วยให้สารความสุขหลั่งออกมา ทริคง่ายๆ อีกอย่างนึงใช้ฟันคาบปากกา เหมือนบังคับให้ตัวเองยิ้ม ความเครียดก็จะลดลง เพราะสมองเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นการฝืน สมองเพียงทำตามร่างกายสั่งการคาบปากกาเป็นการยิ้ม ไม่เชื่อลองคาบปากกาแล้วทำให้รู้สึกเศร้าสิ จะทำไม่ได้ เป็นเพราะว่าเวลามีความสุข ความทุกข์จะเกิดขึ้นยาก

ฝึกสมาธิ

มีงานวิจัยมากมายที่พูดการฝึกสมาธิช่วยพัฒนาจิตใจและทำให้ความเครียดลดลงได้ เพราะการฝึกสมาธิเป็นการช่วยลดวิตกกังวล อาการซึมเศร้า โรคกระเพาะลำไส้ โรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง อาการนอนไม่หลับ ไมเกรน ฯลฯ หากต้องการทำสมาธิก็เพียงหาที่เงียบในบ้าน นั่งสมาธิวัน 15-30 นาทีต่อวัน โดยการโฟกัสไปที่ลมหายใจ ปล่อยวางความคิด รู้ว่ากำลังหายใจอยู่ รู้ว่ากำลังเข้า รู้ว่ากำลังออก ดูว่ามีความคิดอื่นเกิดขึ้นไหม ถ้าเกิดขึ้นก็ให้หยุดคิด และ กลับมาที่ลมหายใจ ในองค์การระดับโลกอย่าง Google Facebook ถึงกับมีคอร์สสอนให้กับพนังงานเลย ซึ่งก็ทำให้ได้ผลงานที่ดีออกมากให้เห็นกัน ส่วนคนที่มีปัญหาความเครียดฝึกสมาธิจะช่วยให้สมองเราทำงานได้ดีขึ้น มองเป็นทางออกของปัญหาได้

ฝึกควบคุมความเครียด

เมื่อความคิดเกิดขึ้นลอง คิดในแง่ดีกับเรื่องราวๆ นั้น , หาคนที่ค่อยให้คำปรึกษากับเรื่องเครียดนั้นได้ , ดูแลสุขภาพกายใจด้วยการออกกำลังกาย ฝึกสมาธิ , บริหารเวลาเพื่อที่จะได้มีเวลาพักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด เป็นต้น

ทานอาหารเสริมที่มีส่วนช่วยในการผ่อนคลายความเครียด

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางตัวมีส่วนช่วยให้สมองผ่อนคลายมากขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น จนสมองโล่งสบาย ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น พอหลับได้ง่ายขึ้นความเครียดก็ลดลง เป็นการช่วยไม่ให้เกิดปัญหาซึมเศร้า รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย ซึ่งเวลาซื้อมาทานต้องคำนึงถึงสารสกัด และ งานวิจัยด้วยว่ามีโอกาสช่วยได้ไหม แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ หรือ เภสัช ก่อนจะดีที่สุด

สรุป การจัดการความเครียดทำได้หลายวิธี ลองเริ่มจากทำความเข้าใจถึงความเครียดที่เกิดขึ้น พยายามหาทางแก้ไขให้ปัญหานั้นลดลง ความเครียดก็จะลดลงตาม จากนั้น พยายามทำตัวเองไม่ให้เครียดด้วยการออกกำลังกาย ทำสิ่งที่ชอบ ฝึกนั่งสมาธิ หรือ หาตัวช่วยลดความเครียด เพียงเท่านี้ คุณก็จะอยู่ห่างไกลจากความเครียดได้แล้ว

ความเครียดทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ อ่านต่อ

สำหรับผู้ที่มองหา อาหารเสริมบำรุงสมอง

แนะนำ Herbitia Ginkgo ที่ผลิตจากงานวิจัย ที่ช่วยฟื้นฟูสมอง

ป้องกัน ภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ลดความเครียด